ทุกเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคมของทุกปีที่เมืองชางฮัว
จะมีการจัดเทศกาลดอกไม้บานซึ่งเป็นงานใหญ่มากมีดอกไม้นานาพันธ์ ประมาณ 4
พันกว่าชนิด จุดเด่นที่ทัวร์ไต้หวันสนใจนั่นคือ สวนดอกไม้แห่งนี้อยู่ตามทางหลวง มีความยาวประมาณ
4.7 กิโลเมตร ซึ่งตามความจริงเป็นแหล่งปลูกดอกไม้เพื่อการส่งออกอยู่แล้ว
แต่เพื่อดึงดูดการท่องเที่ยวด้วย ช่วงปลายปีซึ่งเป็นเดือนที่เหมาะสำหรับการปลูกไม้
และดอกไม้มักจะผลิบานรับอากาศที่เย็นสบายในช่วงนี้ด้วย
นอกจากจะเป็นงานดอกไม้แล้วยังมีสินค้าอื่นๆมาจัดแสดงให้ผู้เข้างามได้ชิมอีกด้วยไม่ว่าจะเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ,
วานิลลา, ขนมปัง, ชา หรือ กาแฟ มีการสอนปลูกต้นไม้ งานศิลปะอื่นๆเช่นงานแกะสลักหิน
ทัวร์ไต้หวันชอบใจกับสวนแต่งบอนไซมาก
เพราะมีต้นบอนไซรูปแบบแปลกๆสวยงามมากมายมาจัดแสดงให้ชม และหากมองไปรอบๆก็จะพบเห็นดอกไม้ละลานตา
อบอวลไปด้วยกลิ่นดอกไม้ ระยะทางประมาณ 4 ก.ก กว่าๆนี้เดินเพลินไปเลย
ยิ่งเป็นคนที่ชอบดอกไม้หรือปลูกต้นไม้ด้วยแล้ว
ยิ่งอยากจะอยู่ที่นี้นานๆหากใครที่นึกภาพไม่ออกให้นึกถึงงานเกษตรแฟร์ในไทยก็ได้
แต่ต่างกันตรงที่ที่นี้จะเป็นงานเฉพาะดอกไม้และของกินเท่านั้น
อีกอย่างคือไม่เสียค่าเข้าชม ในความเป็นจริงแล้วที่นี้สามารถมาเที่ยวชมได้ทุกเมื่อ
เพราะที่นี้เป็นแหล่งปลูกดอกไม้ส่งออก สามารถที่จะปลูกได้ตลอดปี
แต่อาจะปลูกกับชนิดที่เหมาะกับสภาพในแต่ละเดือน เช่น บางเดือนอาจจะปลูกดอกเยอบีร่า
บางเดือนอาจจะปลูกเบญจมาศ
ในเดือนตุลาคมหากใครได้มาทัวร์ไต้หวัน
จะมีอีกเทศกาลหนึ่งนอกจากเทศกาลดอกไม้ นั้นคือเทศกาลลูกชิ้น เป็นงานเฉพาะลูกชิ้น แต่ไม่ใช่ลูกชิ้นธรรมดา
เพราะแต่ละลูกชิ้นนั้นมีขนาดใหญ่ยักษ์มาก แต่ก็มีรสชาติอร่อยถูกปากนักท่องเที่ยวอย่างคณะทัวร์ไต้หวันเป็นอย่างมาก
นี่คือเทศกาลท่องเที่ยวที่สวยงามและเต็มไปด้วยของกินที่สุดแสนจะประทับใจ
แต่สำหรับผู้ที่อ่านอักษรจีนรู้เรื่อง หรือ ศึกษาอักษรจีน เราขอแนะนำ กำแพงแห่งบทกวี Lai
He Wall เป็นกำแพงที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และความล้ำลึกทางด้านวรรณกรรม
นับว่าเป็นสถานที่ที่น่าสนใจแห่งหนึ่งในเมืองชางฮัว
สำหรับคนที่ชอบงานศิลปะพวกงานฝีมือมาที่เมืองชางฮัวจะไม่ผิดหวังเพราะมีให้ดูเยอะมากๆเหมือนเป็นศิลปะของไต้หวันขนานแท้
ส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ในแถบ Lukang ซึ่งเป็นเมืองท่าเรือ จึงเป็นคล้ายกับศูนย์กลางธุรกิจของเมืองชางฮัว
ที่น่าสนใจก็คือ กำแพงหินไห
ซึ่งเป็นหินที่เรือที่จะเข้ามาเทียบท่าในเมืองนำมาทำเป็นเหมือนกับตุ้มถ่วงสมดุลของเรือ
และเมือเรือออกจากท่า ก็จะทิ้งหินเหล่านี้ไว้ จนมีจำนวนมาก
ตอนแรกชาวเมืองนำหินไหเหล่านี้ไปสร้างวัดและเก็บรักษาผัก หมักไวน์ไปตามเรื่อง แล้วทำไมในปัจจุบันนี้จึงกลายเป็นกำแพง
นั่นเพราะว่า ไหที่นำไปหมักไวน์ ไวน์ในตอนนั้นมาค่ามาก
ผู้คนจะดื่มไวน์ก็ต่อเมื่อมีการกำเนิดลูกชาย หรืองานแต่งงาน
เมื่อดื่มไวน์จนหมดก็จะนำไปสร้างเป็นกำแพง
คล้ายๆกับการแสดงบารมีของเจ้าของบ้านนั้น ใครที่มีไหไวน์มาก
ก็จะมีฐานะความเป็นอยู่ดี หรือมีบารมีมากใครไปมาหาสู่ก็จะนำไวน์มาให้ ที่เมือง Lukang
นี้มีถนนหรือสถานที่เก่าแก่เยอะ
เดินไปตามถนนก็สัมผัสกับบรรยากาศความเป็นเมืองเก่าได้มี
มีเอกลักษณ์และประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจมากๆ ทัวร์ไต้หวันรู้สึกดีมากที่ได้เดินทัวร์รอบเมืองชางฮัวในทริปนี้